เคล็ดลับการดูแลรักษารถยนต์ สำหรับผู้หญิง

เคล็ดลับการดูแลรักษารถยนต์ สำหรับผู้หญิง

เคล็ดลับการดูแลรักษารถยนต์ สำหรับผู้หญิง

การดูแลรักษารถยนต์สำหรับผู้หญิงสมัยนี้สามารถทำได้ไม่ต้องลำบากพึ่งผู้ชายไปทุกอย่างเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ด้วยสังคม และเทคโนโลยีสมัยนี้ให้ความสำคัญกับผู้หญิงมากขึ้นไปด้วย คำว่า “เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก” จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะกับเรื่องรถ เมื่อก่อนนั้นผู้หญิงสักคนจะขับรถไปไหนมาไหนด้วยตัวเองนั้นอาจจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงแก่นแก้ว ไม่มีใครอยากดูแล แต่ในตอนนี้ผู้หญิงต้องมีรถของตัวเอง ต้องขับรถเอง ดูแลรถเองได้ ถึงจะดูว่าเป็นผู้หญิงเก่ง เรื่องขับรถของผู้หญิงดูไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่ที่ยังมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง ระหว่างผู้หญิงกับรถ ก็คือ การดูแลรถ นั่นเอง เรารู้ใจคุณผู้หญิงที่รักรถทุกๆ คน เราขอนำเสนอวิธีดูแลรถแบบครบถ้วนให้คุณผู้หญิงที่รักรถทุกท่าน จะได้ไม่ต้องมีปัญหากับรถคันโปรดอีกต่อไป

ความจริงแล้วเคล็ดลับที่ว่าไม่ได้เป็นเรื่องลับอะไร ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ดูแลรถเป็นอยู่แล้วก็รู้กันดี เพียงแต่สำหรับผู้หญิงที่ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้มากนักสามารถนำเอาไปใช้เป็นหลักในการดูแลรถของท่านเองได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือรู้ว่าเวลารถผิดปกติเกิดจากอะไรจะได้บอกช่างให้รู้เรื่อง เอาล่ะมาดูกันว่าการที่ผู้หญิงจะดูแลรถสักคันจะต้องรู้เรื่องอะไรบ้างนะ

ขั้นตอนแรกต้องรู้ก่อนว่ารถหนึ่งคันมีส่วนประกอบหลักที่ต้องดูแลอยู่สามอย่าง คือ ภายนอก ภายใน และในห้องเครื่อง ซึ่งแต่ละอย่างจะมีส่วนประกอบยิบย่อยออกไปที่เราจะค่อย ๆ แจกแจงให้ฟัง รับรองว่าไม่ยากจนเกินไปแน่นอน

  1. ภายนอกตัวถัง

ภายนอกตัวถังรถ คือ ทุกอย่างรถที่เรามองเห็นจากภายนอก ซึ่งมีหลายอย่างที่จำเป็นจะต้องดูให้ใช้งานได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่เสมอๆ เพราะมันเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่าน ดังนี้

1.1 ตัวถังและสี

การดูแลตัวถังและสีไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะทุกคนไม่ว่าจะขับรถเป็นหรือไม่ก็น่าจะคุ้นเคยดี นั่นคือการหมั่นล้างทำความสะอาด มีการลงแว็กซ์ขัดเคลือบสีเป็นระยะๆ จะเข้าร้านล้างรถก็ได้ หรือจะล้างด้วยตัวเองก็ดี ขั้นต้นก็คืออย่าปล่อยให้มีสิ่งสกปรก เช่น ดินโคลน ขี้นก เกาะตัวรถเป็นเวลานาน ไม่ควรให้ข้ามวัน เมื่อกลับถึงบ้านควรรีบล้างออก เพื่อถนอมสีรถให้สดใสอยู่ได้คงทน ส่วนริ้วรอยการชนกระแทก การที่จะป้องกันคงลำบาก ทางที่ดีก็ควรทำประกันรถเอาไว้ด้วย

 

1.2 ไฟส่องสว่าง

ดวงไฟต่างๆ ของรถจะปล่อยให้ดับหรือเสียหายไม่ได้เด็ดขาด เวลาปกติอาจไม่รู้สึกถึงมัน แต่ถ้าวันไหนขาดไปจะพบความยากลำบากในทันที เพราะฉะนั้นถ้านึกขึ้นได้ก็ควรเช็ดดูว่าไฟหน้า ไฟท้าย ไฟถอย ไฟเบรก หรือไฟเลี้ยวนั้นยังทำงานปกติหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนไหนไม่ทำงานวิธีง่ายที่สุดคือเข้าศูนย์หรืออู่ใกล้บ้าน

1.3 ใบปัดน้ำฝน

ใบปัดน้ำฝนเป็นอีกอย่างที่ไม่ควรปล่อยให้เสื่อมสภาพ ถ้าครบปีแล้วก็ควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนสักครั้ง อาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ถ้ามันเสื่อมสภาพแล้วยังฝืนใช้ต่อไป หากฝนตกหนักมันจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่ายมากๆ

1.4 ยางรถยนต์

ยางรถยนต์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะต้องคอยดูแลยางรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ ให้ปลอดภัยที่สุดควรเปลี่ยนทุกสองปี ควรมีที่เช็กลมยางเอาไว้ด้วย และหัดใช้ที่เติมลมยางตามปั๊มเอาไว้ เป็นผู้หญิงเติมลมยางได้เองไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย ถ้าพบว่าลมยางอ่อน ดูจากปริมาณลมยางที่เหมาะกับรถ ซึ่งจะอยู่ตรงขอบประตูของด้านคนขับ เติมตามตัวเลขนั้นไว้เสมอ และอย่ายืมเช็กยางอะไหล่ และอุปกรณ์เปลี่ยนยางให้พร้อมเสมอ คุณอาจจะลองฝึกเปลี่ยนยางอะไหล่ด้วยตัวเองดูก้ได้ ไม่ยากอย่างที่คิด

  1. ภายในตัวถังรถ

ภายในตัวถังรถก็คือบริเวณของโดยสารของรถทั้งหมด บริเวณนี้การดูแลอาจจะจำกัดอยู่แค่การทำความสะอาด ซึ่งน่าจะเป็นงานที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ยากสำหรับสาว ๆ มาดูกันว่ามีอะไรที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษกันบ้าง

2.1 เบาะหนัง/เบาะกำมะหยี่

เป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบสิ้นว่าเบาะหนังหรือเบาะกำมะหยี่อย่างไหนดีกว่ากัน เอาเป็นว่าแล้วแต่คนจะชอบแล้วกัน บางคนชอบเบาะหนังเพราะมันดูดี ดูแลรักษาง่าย  บางคนชอบเบาะผ้า เบาะกำมะหยี่ เพราะมันมีลวดลายสวยงาม ทั้งสองอย่างมีการดูแลรักษาต่างกัน ถ้าหากเป็นเบาะหนังไม่ว่าหนังแท้หรือหนังเทียมก็ต้องใช้น้ำยารักษาเบาะหนังขัดถูเป็นประจำเพราะถ้ารถโดนแดดโดนความร้อนมากๆ ใช้ไปนานๆ หนังจะเริ่มมีรอยแตก โดยเฉพาะหนังเทียม ส่วนเบาะผ้า ควรดูแลเรื่องความชื้นไม่ควรปล่อยให้เปียก หรือมีความชื้นนานๆ เพราะอาจจะขึ้นราได้ง่าย

 

2.2 ล้างแอร์

แอร์รถเราสมัยนี้สามารถถอดใส้กรองแอร์ออกมาล้างปัดฝุ่นได้ด้วยตัวเองได้ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจเราสามารถบอกให้ที่ร้านล้างรถ หรืออู่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องถอดออกมาล้างหรือเปลี่ยนให้ได้ ถ้าหากรถของคุณเข้าศูนย์เป็นประจำทุกปี ทางศูนย์ก็จะจัดการให้

2.3 เช็กไฟเตือนทุกครั้งก่อนออกรถ

ก่อนจะใช้รถในทุกๆ วัน สิ่งที่ควรจะสังเกตุก็คือหน้าปัดรถยนต์ เช็กดูว่ามีไฟเตือนขึ้นหรือไม่ เช่น ไฟรูปเครื่องยนต์ที่สว่างขึ้น อาจหมายถึงการเผาใหม้ในระบบไม่สมบูรณ์ เป็นไปได้ทั้งระบบน้ำมัน ระบบจุดระเบิด หรือระบบน้ำมันเครื่อง ทางที่ดีควรเอารถเข้าไปเช็กที่ศูนย์หรืออู่ทันที ยังไม่รวมถึงไฟชนิดอื่น เช่น ไฟรูปเบรกที่อาจจะเกี่ยวกับน้ำมันเบรก หรือผ้าเบรถ ไฟรูปแบต แสดงว่าประจุไฟในแบตเตอรี่เริ่มต่ำ หรือแบตเตอรี่รถเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว

  1. ในห้องเครื่องใต้ฝากระโปรง

ใต้ฝากระโปรงเครื่องยนต์นี่แหละที่เป็นจุดลำบากใจของคุณผู้หญิงหลายๆ คน เพราะมันเต็มไปด้วยชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ดูซับซ้อนสกปรก และดูอันตราย แต่ไม่ต้องกลัวไปถ้าคุณผ่านมันไปได้ คุณจะดูเป็นหญิงแกร่งของโลกใบนี้ เป็นที่พึ่งให้ตัวเองและคนอื่นๆ ได้ ซึ่งส่วนที่ต้องตรวจเช็กมีดังนี้

3.1 น้ำมันเครื่อง

แน่นอนว่าส่วนสำคัญของห้องเครื่องก็คือเครื่องยนต์ การเช็กน้ำมันเครื่องเป็นประจำจะทำให้เรารู้ว่าการทำงานของเครื่องยนต์เป็นอย่างไร เพราะน้ำมันเครื่องก็เปรียบเสมือนเลือด สีของมันจะบอกทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ มองหาก้านน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ใกล้กับตัวเครื่องยนต์ หากเพิ่งผ่านการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมาไม่นาน แต่น้ำมันเครื่องที่มีสีคล้ำหรือลดเกินขีดต่ำสุดของมาตรวัดระดับ แสดงว่ามีการรั่วหรือเครื่องยนต์มีปัญหาเรื่องการเผาไหม้ ลองก้มดูที่พื้นตำแหน่งใต้เครื่องยนต์ว่ามีน้ำมันเครื่องหยดหรือไม่ หากมีก็ควรนำรถไปเช็ก จำไว้ว่าน้ำมันเครื่องต้องมีสีใส และมีระดับอยู่กึ่งกลางของมาตรวัดน้ำมันเครื่องระหว่างตำแหน่งบนสุดกับล่างสุด หรือไม่น้อยเกินจุดต่ำสุด และไม่มากเกินจุดสูงสุดนั่นเอง

 

 

3.2 ของเหลวอื่น ๆ

ในห้องเครื่องเราจะเห็นว่ามีจุดที่มีมาตรวัดของเหลวอยู่หลายจุด นอกจากจุดวัดน้ำมันเครื่องแล้ว ตรงตำแหน่งใกล้กับพวงมาลัยจะมีที่ใส่น้ำมันเบรก และน้ำมันพวงมาลัยพาวเว่อร์ที่เราต้องคอยดูไม่ให้ระดับต่ำกว่าจุดต่ำสุด น้ำมันพวงมาลัยพาวเว่อร์จะมีสีแดง แต่น้ำมันเบรกจะมีสีใส ส่วนหน้าเครื่องยนต์ส่วนใหญ่จะมีกล่องใส่น้ำปัดน้ำฝนและที่เติมหม้อน้ำ ซึ่งต้องคอยเติมให้เต็ม ส่วนหม้อน้ำเวลาเติมต้องระวังต้องให้เครื่องยนต์เย็นซะก่อนไม่งั้นจะมีน้ำร้อนๆ พุ่งออกมาเกิดอันตรายกับเราได้

3.3 แบตเตอรี่

ปัจจุบันหลายคนนิยมใช้แบตเตอรี่แบบแห้งกันแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่น แต่ถ้ายังเป็นรถที่ใช้แบตน้ำอยู่ ก็หมั่นดูว่าน้ำลดหรือไม่ แล้วเติมน้ำกลั่นให้เต็มก็เพียงพอแล้ว ส่วนแบตแห้งจะมีจุดที่ให้ดูว่าประจุไฟมีปัญหาหรือไม่ สำหรับแบตเตอร์รี่ใช้งานสักสองปีก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว

เพียงเท่านี้คุณผู้หญิงทั้งหลายก็หมดความกังวล เมื่อมีความรู้มากพอที่จะดูแลรถของคุณได้ด้วยตัวเองแล้ว นอกจากนี้คุณอาจจะต้องคอยสังเกตอาการของรถเอาเองซึ่งถ้าขับบ่อยๆ ก็จะรู้สึกได้เองถึงความผิดปกติของรถ และเมื่อตัวคุณพร้อม รถพร้อม คุณก็จะใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย

 

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ

เคล็ดลับการดูแลรักษารถยนต์ สำหรับผู้หญิง การดูแลรักษารถ…